Filed under: Finale Project

- microphone

projector, ps3 camera

infarate spotlight
vdo clip
microphone
spotlight
Max MSP
projector
infarate spotlight
ps3 camera
recipe
“the thrill of it” final project
จากแนวความคิดของการลอกเลียนแบบเป็นพฤติกรรมที่จริงใจที่สุดของการชื่นชมสรรเสริญเยินย่อ ดังที่ระบุไว้ในแนวความคิดและปัญหาที่ผ่านมา โดยเมื่อได้เข้าไปคุยกระบวนการทางความคิและสิ่งที่คาดหวังกับอาจารย์โจ้ เพื่อให้สิ่งที่ทำงานออกมาได้ใกล้กับความคิดมากที่สุด โดยนำการเชื่อมโยงระหว่างภาพเสียงและโปรแกรมคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน
- การเขียนโปรแกรมนั้นอาจารย์โจ้แนะว่าการหาคลิปวีดีโอที่ต่อเนื่องแล้วนำมาตัดต่อ คือให้โปรแกรมเป็นตัวเลือกซีนต่างๆ เพื่อที่จะเลือกเล่นในจังหวะหรือช่วงเวลานั้นๆ อาจจะมีการเล่นวนเป็นลูป เพื่อให้ดูมีความต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้าพเจ้าคิดว่า การที่จะทำให้ภาพนั้นดูอเนื่องไม่ดูกระตุกมากจนเกินไป ดังนั้นภาพวีดีโอเมื่อเล่นมาถึงจุดจบของคลิปจึงอยากให้มีการเล่นถอยหลังกลับในความเร็วที่เท่ากัน ทำให้ไม่ดูหลอกตามากจนเกินไป โดยในตอนต้นจะมีการฉายภาพผู้คนขณะรอดู เป็นช่วงภาพที่มีระยะเวลานานที่สุดและให้เล่นภาพต่อเนื่องจากการเล่นไปเรื่อยๆ และกรอภาพกลับเป็นลูป
- สำหรับขั้นตอนต่อมาคือการทำให้ภาพเล่น เมื่อเกิดการกระทำที่เราต้องการ คือเมื่อมีการเดินเข้าไปที่ microphone (ณ ที่นี้คือการใช้microphone จากคอมพิวเตอร์) โดยเลือกระดับของเสียงที่จะเป้นการกดหรือสั่งการให้ไปเล่นภาพนั้นๆ คือการใช้ค่าความต่างของตัวเลขที่สามารถวัดได้ คือเมื่อคอมพิวเตอร์จับระดับเสียง/ตัวเลขนั้นๆ ได้ก็จะไปฉายภาพที่เป็นผู้คนแสดงความดีใจและปรบมือ โดยภาพที่เล่นไปจนหมดคลิปนั้นๆ แต่หากหลังจากที่ภาพเล่นไปจนจบในส่วนนั้นแล้วคอมพิวเตอร์ยังจับตัวเลขของระดับเสียงนั้นอยู่ก็จะฉายภาพเริ่มฉายภาพนั้นอีกรอบ จากนั้นก็โยงไปในภาพของผู้คนในตอนแรกที่ยืนรออยู่
-การจับการความเคลื่อนไหว วิธีนี้เป็นการพูดคุยกันกับอาจารย์ว่าอยากให้มีการเล่นภาพที่ฝูงชนมีการขยับตาม โดยมีการใช้ลักษณะโปรแกรมการเล่นภาพคล้ายแบบเดิม แต่ต่างกันไปในวิธีการกด/สั่งการกระบวนการเล่นภาพนั้นๆ คือเป็นแนวความคิดที่ใช้กาฉายแสง infarate spotlight ซึ่งมนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ไปบริเวณความสูงที่อยู่เหนือหัว โดยให้ระนาบของการฉายแสงนั้นแบแนว vertical คือขนาบไปกับพื้น และให้โปรแกรมจับตัวเลขเมื่อมีการสัมผีสหรือมีอะไรเคลื่อนไหวในบริเวณนั้นๆ ซึ่งจะมีการใช้กล้องps3 เป็นตัวจับการฉายแสงของ infarte และการเคลื่อนไหวนั้นๆ เพื่อสั่งการทำให้ฉายภาพตามในช่วงที่ฝูงชนขยับยกมือและมีการโยกตัวตาม
- จากความสำคัญในการติดตั้งเพื่อเป็นองค์ประกอบและสร้างบรรยากาศ กระตุ้นคนดูได้อย่างดีที่สุด คือการจัดฉากให้คนดูเมื่ออยู่บนเวทีจริงๆ โดยสิ่งที่คนดูสามารถทำความเข้าใจกับชิ้นงานนี้ คือรู้ว่าจะต้องทำอย่างไรโดยไท่ไม่ต้องการให้มีคำบรรยาย อย่างแรกคือmicrophone ที่วางไว้กลางห้อง และเมื่อคนเดินเข้าไปบริเวณนั้นก็จะมีแสงไฟส่องลงมีที่บริเวณนั้น ทำให้เป็นการะกระตุ้นคนดูอย่างหนึ่งแล้วทำให้คนดูได้รับการบอกใบ้เป็นนัยหรือ hint ให้รู้ว่าจะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับคนดู ซึ่การที่จะสั่งการให้ไฟฉายแสงนั้นมีอยู่ 2 วิธีง่ายๆ คือ 1.การซ่อนปุ่ คือติดตั้งปุ่มบริเวณพื้น เมื่อเกิดการเหยียบทำให้ไปกด “ปุ่ม” เปิดไฟนั้นเอง 2. การจับการเคลื่อนไหวหรือ ฉาย infarate บริเวณพื้นนั้น คือเป็น transduce เซ็นเซอร์รับการเคลื่อนไหว ตัวอย่างที่เห็นทั่วไปเช่น ที่ล้างมือในห้องน้ำ เสียงเตือนเมื่อรถถอยหลัง เป็นต้น แต่วิธีหลังนั้นอาจมีสิ่งรบกวนที่จะทำให้คอมพิวเตอร์สับสนได้ง่าย เช่น การจับภาพ ดังนั้วิธีที่เห็นผลและมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือวิธีที่1 การซ่อนปุ่มนั้นเอง
note
การทำ prototype นั้นนับว่าทำออกมาได้กล้เคียงความต้องการมาก ถึงแม้อาจจะมีข้อจำกัดเรื่องการทำvdo clip เวลา และสถานที่ เป็นตัวอย่างของงานที่ออกมาได้ดี
ปัญหาหลักคือการสร้างอารมณ์ด้วยองค์ประกอบในการติดตั้ง ความsmooth และต่อเนื่องของภาพ การจัดวางองค์ประกอบเพื่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณอาจารย์โจ้ด้วยที่ค่อยให้คำปรึกษาและนำความคิดมาพัฒนางานให้เห็นภาพและออกมาทำได้ตรงกับความคิดได้มากที่สุดในระยะเวลาที่จำกัด
ขอบคุณค่ะ


‘A mimic is any living species that has evolved to resemble another successful species.’ Wikipedia
พฤติกรรมการเลียนแบบนั้นมีอยู่ทั่วไปตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการลอกเลียนแบบของสัตว์ และต้นไม้ที่เลียนแบบพฤติกรรมที่ส่งผลดีต่อตัวเอง เพื่อช่วยในการใช้ชีวิต ดำรงอยู่ หรือคงอยู่ต่อไป ทั้งนี้การลอกเลียนแบบนั้นเป็นวิวัฒนาการอย่างหนึ่งซึ่งปรับเปลี่ยนไปตามปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อม ความเป็นอยู่ สำหรับพฤติกรรมการลอกเลียนแบบของมนุษย์นั้น ปัจจัยที่ว่านี้ยังรวมถึงสังคม และวัฒนธรรมอีกด้วย มนุษย์มักเลียนแบบพฤติกรรมที่เห็นว่าดีกว่า เท่กว่า มีประโยชน์กว่าจากการประเมินจากประสบการณ์ของตัวเองโดยมักจะคิดว่าพฤติกรรมที่เลียนแบบนั้นจะส่งผลบวกกับตัวเอง น่าเอาไปเป็นแบบอย่าง มนุษย์จึงนำ หรือจำลองมาใช้หรือปรับให้เข้ากับตนเอง ไม่ว่าการจำลองนั้นๆ จะมาจากมนุษย์ด้วยกันหรือกับธรรมชาติก็ตาม ทั้งนี้ในความรู้สึกของมนุษย์ผู้ถูกลอกเลียนแบบพฤติกรรมหรือความคิดนั้น มักจะมาว่าการลอกเลียนแบบเป็นเรื่องลบ การที่มนุษย์คิดว่าตัวเองจะต้องแสดงความเป็นตัวของตัวเอง ความเป็นปัจเจกบุคล ของบุคลนั้นๆ จริงอยู่การแสดงความเป็นตัวเองเป็นเรื่องที่ดี แต่มนุษย์นั้นเป็นสัตว์ที่อยู่ในสังคม การที่จะแสดงความเป็นตัวของตัวเองให้เห็นนั้น จะเกิดขึ้นเมื่อกระทำอะไรร่วมกัน หรือทำให้ผู้อื่นรับรู้หรือเห็นเพื่อช่วยแสดงความเป็นตัวของตัวเองออกมา หากมองอีกมุมหนึ่งนั้น การลอกเลียนแบบอาจหมายถึงความชื่นชม ยกย่อง ให้เกียรติ หรือประจบสอพลอ บางครั้งก็เกิดขึ้นเพื่อเรียกร้องความสนใจ ดังคำกล่าวของไทยที่ว่า “เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม” ซึ่งมนุษย์มักจะรู้สึกดี เมื่อการกระทำนั้นๆ มักจะต้องไม่ทำให้ผู้ซึ่งถูกเลียนแบบรู้สึกด้อยกว่า เช่น เด็กเลียนแบบผู้ใหญ่ หรือสัตว์ที่สามารถเลี่ยนแบบพฤติกรรมของมนุษย์
” Imitation is the sincerest of flattery. “Charles Caleb Colton, Lacon, volume I, no. 183(1780 – 1832)
ทั้งนี้ทั้งนั้นการเลียนแบบก็อาจจะเป็นเป็นการสะท้อนเพื่อที่จะย้อนให้ได้คิดก็เป็นได้
ข้อมูลในเรื่องการลอกเลียนแบบ(imitate) ก็นึกถึงการลอกเลียนแบบของเด็กทารกซึ่งดูจะเป็นที่ถูกใจของมนุษย์ “ผู้ใหญ่” เป็นอย่างมากจึงอยากเอาพฤติกรรมานี้มาใช้ในงาน โดยจัดให้มีการฉายภาพเด็กทารกที่อยู่ในขนาดที่ขยายใหญ่ เมื่อผู้ชมเข้าไปอยู่ตรงจุดที่กำหนดไว้ ทารกจะมีการมองตาม และเมื่อมีการทำท่าทางเช่นยกมือ ขึ้นชูแขน หรือปรบมือ เด็กที่อยู่ในภาพก็จะทำตามด้วยความสนุกสนาน อาจมีการวางของเล่นที่มีอยู่เหมือนในภาพ เมื่อผู้เข้าชมเริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับของเล่นนั้นๆ เด็กก็จะทำตามเป็นต้น แต่ทั้งนี้ก็จะเกิดปัญหาว่า หากผู้เข้าชมกระทำอะไรบางอย่างพร้อมกันภาพี่เห็นจะออกมาไม่เนียน อาจทำให้อารมณ์ของผู้เข้าชมสะดุด ไม่ต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังยากที่จะให้ทารกทำตามที่เราต้องการ ทั้งการใช้เซ็นเซอร์จับการเคลื่อนไหวของผู้เข้าชม
จากแนวคิดแรกก็พัฒนาแนวคิดนี้ต่อว่าจากเด็กทารก ก็ให้เป็น เด็กเรื่องคนๆ หนึ่ง คือเมื่อผู้เข้าชมงานเดินเข้าไปในห้องซึ่งฉายภาพคนๆ หนึ่ง(เด็กหรือผู้ใหญ่ก็ได้)ซึ่งอาจจะทำอะไรอยู่ก็ได้ เมื่อผู้เข้าชมเดินเข้ามาในห้อง คนที่อยู่ในภาพก็จะเคลื่อนไหวตาม ไม่ว่าจะเดิน นั่ง หรือกระโด โดยจะจับความเคลื่อนไหวของผู้เข้าชมที่มีการเคลื่อนไหวมากที่สุดนั้นเอง ซึ่งจะสร้างความแปลกใจให้ผู้เข้าชมได้มากทีเดียว หรือเป็นการนำภาพมาเล่นโดยเมื่อผู้เข้าชมเข้ายืนในจุดที่กำหนด ก็จะมีไฟฉายลงมีที่จุดนั้น ทำให้เกิดเงาขึ้น โดยจะมีการบันถึงภาพนั้นๆ จากนั้นก็นำภาพมาแสดงโดยการ Repetition ที่ซ้อนกันในจำนวนมาก ในสัดสวนที่เท่าจริง
แนวคิดต่อมาคือการสะท้อน(Echo) ใช้ทั้งเสียง และรูป เมื่อผู้เข้าชมเข้ามาในห้องที่มีการจัดวางกระจกในตำแหน่งและทิศทางการวางต่างๆ กระจายไปในห้อง โดยจะมีกระจกแนวตั้งที่วางอยู่กลางห้อง โดยมีไมโครโฟนวางอยู่ข้างหน้า เมื่อผู้เข้าชมเดินไปที่ไมโครโฟนแล้วพูดอะไรออกไปตรงไมโครโฟน จากกระจกฝาก็จะมีภาพและเสียงเกิดขึ้นตามจุดต่างๆของที่ตั้งกระจก ทั้งเสียงและภาพที่เกิดขึ้นไม่มีความสำคัญในแต่ละตำแหน่ง เปรียบเหมือน การสะท้อนการกระทำของเราที่ส่งผลกระทบไปในสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะไป รูป หรือเสียง ในแต่ละที่ก็มีผลกระทบที่แตกต่างกันไปนั้นเอง
เมื่อคุยสรุปแนวคิดรวบยอดกับอาจารย์ที่ปรึกษาก็ได้แนวคิดที่ว่าพฤติกรรมการลอกเลียนแบบนั้นเปรียบเสมือนการควบคุมพฤติกรรมของผู้อื่น ทั้งนี้การที่จะมีคนมาเลียนแบบพฤติกรรมหรือทำตามได้นั้น ผู้ที่ถูกตามจะต้องได้รับการยอมรับ เชื่อถือ หรือยกย่องด้วย จึงนึกถึงการแสดงคอนเสิร์ต หรือใช้การเวทีในการปราศรัย ซึ่งการแสดงคอนเสิร์ตหรือการปราศรัยนั้น ศิลปินหรือผู้พูดจะเกิดการประสาน(connect) อารมณ์เข้ากับคนดู คนฟัง ซึ่งสื่อถึงกันได้หรือมีอารมณ์ร่วมอย่างสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการโต้ตอบของคนดูเช่น การกรีดร้อง ส่งเสียงเชียร์ ร้องไห้ โกรธ ดีใจ รวมไปถึงการทำตาม ร้องตาม หรือพูดตาม ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้เป็นประสบการณ์ที่น้อยคนนักจะได้สัมผัสความรูสึกของผู้ถูกตาม ทำให้รู้สึกว่าตัวเองเป็นบุคคลสำคัญ เป็นผู้มีอิทธิผลต่อคนหมู่มาก ได้รับอำนาจในการควบคุมคนดู โดยการที่จะนำเอาแนวคิดนี้มาพัฒนาเป็น interactive art โดยการติดตั้งห้องๆ หนึ่งให้กลายเป็นเหมือนอยู่บนเวทีการแสดง โดยบนกำแพงด้านหนึ่งมีการฉายภาพของคนดูในงานคอนเสิร์ต โดยจัดให้มีไมโครโฟนตั้งอยู่ เมื่อผู้เข้าชมเดินเข้าไปบริเวณไมโครโฟนก็จะมีไฟส่องมีที่จุดๆ นั้น ทำให้ภาพที่เห็นเป็นคนดูหันหน้ามามอง ทำให้ผู้เข้าชมเริ่มสนใจและเข้าใจการกระทำนี้มากขึ้น จากนั้นเมื่อผู้เข้าชมพูด หรือส่งเสียงลงไปในไมโครโฟน ผู้ชมก็จะกรี๊ดร้อง ดีใจ จากนั้นหากมีการยกแขนขึ้น ไปทางซ้ายขวา ผู้เข้าชมก็จะทำตาม เช่นการโยกไปตามที่ทางนั้น หรือตกมือเหนือหัวเป็นต้น โดยความตั้งใจคือจะให้ภาพคนดูในคอนเสิร์ตนั้นเปลี่ยนสถานที่ไป เมื่อมีการหยุดการเล่น หรือเปลี่ยนผู้เข้าชม ทำให้ผู้เข้าชมได้รับประสบการที่แตกต่างกันไป อุปสรรคที่สำคัญสำหรับงานนี้คือการหาภาพฝูงคนดูที่ตรงกับความต้องการ ทั้งนี้เพราะภาพของคอนเสิร์ตส่วนใหญ่เป็นภาพจากคนดูฉายเข้ามาที่ผู้แสดง หรือเป็นการถ่ายโดยมีการแพนหรือขยับกล้องไปตามคนดู คือไม่หยุดนิ่ง นอกจากนี้ในคอนเสิร์ทเดียวกันอาจจะได้รับปฏิกิริยาการตอบสนองของคนดูไม่เหมือนกันอีกด้วย อีกทั้งเป็นภาพที่มีช่วยเวลาน้อยขาดตอนอีกด้วย จึงเป็นการยากที่จะหาภาพจากคอนเสิร์ทที่ถูกใจได้ ทั้งนี้ด้วยความที่เป็นการฉายภาพโดยต้องการให้มีสัดส่วนเหมือนจริง ทำให้ต้องการใช้ไฟล์จากDVDซึ่งมีความคมชัดและขนาดที่มากกว่า ภาพที่ต้องการอาจจะหาได้ง่ายกว่าใน www.youtube.com แต่เนื่องจากความคมชัดและรายละเอียดทำให้ต้องตัดทิ้งไป แนวทางการแก้ปัญหาอีกทางหนึ่งคือการถ่ายทำเอง เพราะสามารถควบคุมได้ง่ายถึง และตรงตามที่ต้องการ แต่ก็จะขาดอารมณ์หรือความรูสึกของความเป็นคอนเสิร์ตไป ถึงจำมีการนำภาพมาซ้อน แต่ผู้เข้าชมจะไม่ได้รับอารมณ์ความรู้สึกเท่าที่ควร
ทำยังไงดี หาไม่ได้ซักที
Filed under: Greeting
วันแม่ ในสมัยใหม่เกิดขึ้นมาจาก Anna Jarvis ใน Grafton เวสต์เวอร์จิเนีย เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่แม่และความเป็นแม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในสิ่วแวดล้อมที่เป็นครอบครัวและความสัมพันธ์ในครอบครัว วันแม่ในปัจจุบันได้มีการเฉลิมฉลองในหลายพื้นที่ของโลก ซึ่งจัดขึ้นในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี http://th.wikipedia.org

moment
The moment when the artist connects emotionally with the fans is the elements of a great live show. How an artist can connect with a fan and the experience an act can create live. When the crowd screams, cheers, sings along, cries or responds in any visceral way, you’ll get goose bumps and it reminded of how lucky you are to be the one that have influence to such as many peolple, it make u feel important. It’s like you have ability to move and control people, that you have power over them.

echo

satelite

vibration
echo(plural echoes or echos)
VI. สะท้อน, ก้อง, กังวาล
VT. ทำให้ก้อง, ทำให้สะท้อน, ทำให้กังวาล
ADJ. คล้ายเสียงสะท้อน, การเลียนเสียง
N. เสีงสะท้อน, เสี้ยงก้อง, เสียงกังวาล, การซ้ำ, การลอกเลียน
SYN. echoic, repeat, repetition, resound, reverberation, imitation, imitate, copy

echo & narcissus
ตำนาน echo เป็นตำนานของกรีก นางไม้ เอคโค (Echo) ซึ่งถูกสาปโดยเทพีเฮรา (Hera) ทำให้เอคโคต้องคอยพูดคำสุดท้ายของคนอื่นต่อไป
สะท้อนย้อนให้คิด : ทำอะไรได้อย่างนั้น
ประสาทสัมผัส
ตา ภาพ เห็น
หู เสียง ฟัง
จมูก กลิ่น ดม
ปาก รสชาติ ชิม



to imitate (third-person singular simple present imitates, present participle imitating, simple past and past participle imitated)
- To follow as a model or a pattern; to make a copy, counterpart or semblance of.
- To copy.
VT. เลียนแบบ, ลอกเลียน, ลอกแบบ, เอาอย่าง
ADJ. ซึ่งเลียนแบบ, เป็นการลอกเลียน, มักเลียนแบบ
N. นักเลียนแบบ, ผู้ล้อเลียน
SYN. mimic, imitation, impersonator, copy, ape
- ” Imitation is the sincerest of flattery. “Charles Caleb Colton, Lacon, volume I, no. 183(1780 – 1832)
Usually said ironically when someone tries to gain attention by copying someone else’s original ideas even if it means a little competition.
While you may call yourself a rebel, there are other people “just like you”. People tend to express their indentity in the form of music, lifestyle, and of course fashion. It is good to be an individual, but the fact is that humans are social beings and need to play with others to help define themselves.
การเลียนแบบคือรูปแบบที่จริงใจที่สุดของการยกย่องประจบสอพลอ ดังคำกล่าวของไทยที่ว่า เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม
ยิ่งถ้าสังเกตุพฤติกรรมของมนุษย์ ซึ่งมักจะรู้สึกดี เมื่อเด็กเลียนแบบผู้ใหญ่ หรือสัตว์ที่สามารถเลี่ยนแบบพฤติกรรมของมนุษย์ แต่ทั้งนี้การกระทำนั้นๆ มักจะต้องไม่ทำให้ผู้ซึ่งถูกเลียนแบบรู้สึกด้อยกว่า

the wild
to mimic (third-person singular simple present mimics, present participle mimicking, simple past and past participle mimicked)
VT. ล้อเลียน, ล้อ, จำลอง
ADJ. ซึ่งล้อเลี่ยน, เป็นการล้อเลียน, มักล้อเลียน
N. นักล้อเลียน, ผู้ล้อเลียน, สิ่งล้อเลียนสิ่งอื่น
SYN. mime, mimicry, impersonator, mimicker, imitate, copy, ape
‘A mimic is any living species that has evolved to resemble another successful species.’ Wikipedia
การเลียนแบบถือเป็นพฤติกรรมธรรมชาติอย่างหนึ่ง
จากน้อยไปมาก
little by little
